เกร็ดความรู้เล็กๆที่ควรรู้ก่อนจัดงานแต่งงาน

ทำไมต้องสวมแหวนหมั้นที่นิ้วนางข้างซ้าย?.

มีใครเคยสงสัยไหมคะว่าเราสวมแหวนหมั้นที่นิ้วอื่น มือข้างอื่นได้หรือเปล่านะ? หรือถ้าใส่แล้วจะผิดไหม?.คำตอบคือ “ไม่ผิด”ค่ะแต่ไม่เป็นที่นิยมเพราะว่าความนิยมนั้นเกิดจากความเชื่อบางอย่างตั้งแต่สมัยอดีตมาจนถึงปัจจุบัน วันนี้พี่ก้อย มาเล่าให้ฟังค่ะ

จริงๆแล้วเป็นความเชื่อของชาวอียิปต์โบราณที่พบว่านิ้วมือทั้งสิบนิ้วของคนเรานั้นมีเพียงนิ้วนางข้างซ้ายเท่านั้นที่มีเส้นเลือดใหญ่วิ่งตรงไปถึงหัวใจโดยมีชื่อเรียกในภาษาละตินว่า Vena Amoris หรือที่แปลได้ว่า เส้นเลือดแห่งความรัก

หากคู่รักใส่แหวนนิ้วนางข้างซ้ายทั้งคู่แหวนจะเป็นตัวเชื่อมอำนาจแห่งรักให้เชื่อมผ่านเส้นเลือดที่ตรงไปยังหัวใจทั้งคู่ได้จนทางตะวันตกได้รับเอาวัฒนธรรมนี้มาใช้สืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน

เพราะฉะนั้นถ้าเราจะรักใครหรือจะให้คำมั่นสัญญากับใครสักคนเกี่ยวกับความรัก ให้สวมแหวนที่นิ้วนางซ้าย ก็กลายเป็นสัญลักษณ์อันแสดงออกถึงความรัก การมีคู่ครองการแต่งงานมาจนถึงทุกวันนี้แบบที่เราเข้าใจกันนั่นเอง

และอีกอย่างคือ การใส่แหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายก็กลายเป็นสัญลักษณ์สากลที่ทุกคนรู้กันแล้วว่าถ้ามีแหวนอยู่ที่นิ้วนี้ คนๆนั้น มีเจ้าของแล้วนะคะ

เห็นงานนั้นทีเพื่อนมาโปรยดอกไม้ก็ดีเห็นงานนี้เต้นออกมาสนึกๆก็ชอบ อีกงานนึงเจ้าบ่าวร้องเพลงไปรับเจ้าสาวก็ซึ้ง

แล้วของเราล่ะ จะเป็นแบบไหนดี?

ว่าที่บ่าวสาวหลายๆคนคงคิดอยู่ใช่ไหมล่ะคะว่าถ้าเราจะเดินเข้างานแต่งงานของตัวเอง จะใช้ฟีลไหนดีน๊าาา

ก่อนที่จะข้าม step ไปนึกถึงgimmick ในการเปิดตัว พี่ก้อยอยากแนะนำแบบนี้ค่ะ

1)  ตกลงกันระหว่างบ่าวสาว -ว่าเราเป็นบ่าวสาวแนวไหน ชอบแบบไหน ชอบเรียบๆ ชอบสนุก ชอบมันส์ๆ ชอบอลังการแตกต่าง ฯลฯ แล้วเลือกแพคเกจแต่งงาน

2)  เลือกเพลง -แนะนำให้เป็นเพลงที่มีความหมายที่ดีระหว่างเราสองคน หรือเป็นเพลงที่ทั้งคู่ชอบ อินกับเพลงนั้นๆ อยากได้ยินเพลงนี้ในช่วงที่สำคัญที่สุด ที่จะเดินก้าวแรกไปด้วยกันและเพลงจะเป็นตัวกำหนดแนวทาง gimmick ข้อที่ 3ต่อค่ะ 

3)  เลือก prop หรือคิดgimmick ที่เข้ากับเพลง - เช่น ถ้าจัดงานแต่งงานในสวนก็เป็นเพลงหวานๆอาจจะให้เพื่อนๆมาโปรยกุหลาบ หรือมี dry ice ลอยอยู่ที่พื้นเหมือนเดินกันอยู่บนก้อนเมฆเป็นต้นค่ะ

พอได้ 3 อย่างนี้แล้ว เราจะเห็นงานของตัวเองชัด และรู้แล้วล่ะค่ะว่าเราจะเดินเข้างานด้วยฟีลแบบไหนที่เป็นตัวเองที่สุดที่เราจะชอบที่สุด

ที่จะอยู่ในความทรงจำของเราที่สุด พี่ก้อยได้ยินว่าที่เจ้าสาวหลายคนถามคำถามนี้มาค่ะเพราะอาจจะได้ยินจากเพื่อนที่แต่งงานมาก่อน บอกว่า วันนั้นจะไม่ได้ทานอะไรเลยทั้งกังวลว่างานจะเรียบร้อยไหม กังวลว่าจะพุงป่องใส่ชุดไม่สวยกังวลว่าจะต้องเข้าห้องน้ำ และสารพัดจะกังวล ฯลฯ

จริงๆแล้วทานอาหารได้นะคะแต่ส่วนใหญ่แล้วจะกลังวลจนลืมทานกันมากกว่า
ทีนี้มีสิ่งที่ควรคำนึงในการทานอาหารก่อนสวมชุดเจ้าสาวมาฝากกันค่ะ

1) ชนิด - หาอะไรทานที่อยู่ท้อง มีพลังงานแต่ไม่หนักคาร์โบไฮเดรตเกินไป เช่น เนื้อสัตว์ แซนด์วิช นม(หากไม่ท้องอืด-แล้วแต่คนนะคะ) เพื่อให้กระเพาะไม่ได้ขยายมากในช่วงเวลาหลายชั่วโมงที่เจ้าสาวต้องทำภารกิจต่อค่ะ

2) เวลา - หากทานเป็นมื้อๆจริงจังหน่อยควรทานก่อนใส่ชุดแต่งงานอย่างน้อย 2 ชม. นะคะเพื่อให้กระเพาะได้มีเวลาย่อยบ้างแล้ว

3) ชนิด - เน้นเลยนะคะ อย่าทานเผ็ด เค็มหรือของดิบ ให้เน้นอาหารอ่อนๆ เบาๆ สบายกับท้อง ดีกว่าค่ะ

4) น้ำ - ระหว่างงานอย่าลืมดื่มน้ำเรื่อยๆ  แต่ให้เน้น”จิบ”นะคะ  เพื่อไม่ให้กระหายเพราะการเป็นเจ้าสาวจะพลังงานมากพอสมควร อาจจะดื่มเป็นน้ำหวานก็ได้เพื่อความสดชื่น แต่ไม่แนะนำให้ดื่มน้ำเป็นแก้วใหญ่ๆทีละเยอะๆเพราะเราจะต้องลำบากในการไปเข้าห้องน้ำค่ะ

เจ้าสาวทานอาหารได้นะคะแต่ให้เป็นอาหารเบาๆอย่างที่แนะนำไป และอย่าปล่อยให้ท้องว่างนานเกินไปนะคะ  เพราะวันงานเราใช้พลังงานเยอะเป็นเวลาหลายชั่วโมงด้วย หากอดอาหารนานๆอาจจะเป็นลมได้เช่นกัน  

มาเป็นเจ้าสาวที่เตรียมตัวดีๆ สวยๆและมีความสุขในวันงานแต่งงานกันดีกว่าค่า

บทความน่าสนใจ

16 ซอยบางแค 12 แขวงบางแค เขตบางแค กทม 10160

ALL RIGHTS RESERVED @2021 ​HARMONIZE  ALL YOUR WEDDING